วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ความสำเร็จต้องไม่มีข้ออ้าง


ความสำเร็จไม่มีข้ออ้าง
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
                คนจำนวนมากที่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตมักมีข้ออ้างต่างๆมากมาย ซึ่งข้ออ้างต่างๆ มักจะทำให้ตนเองจะได้ไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความคิด การกระทำ เช่น ข้ออ้างฉันไม่มีวันประสบความสำเร็จเนื่องมาจาก  อายุมากแล้ว , ร่างกายไม่สมประกอบ , หน้าตาไม่ดี , เป็นคนต่างจังหวัดคงสู้คนกรุงเทพฯไม่ได้ , การศึกษาไม่สูง , ไม่มีเวลา , เกิดมายากจน ฯลฯ
                แต่แท้ที่จริงแล้ว ข้ออ้างดังกล่าว เป็นเพียงสิ่งที่เราคิดปรุงแต่งไปเอง ความคิดของคนที่ไม่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มักคิดในทางลบมากกว่าคิดในทางบวก อีกทั้งในความเป็นจริง บุคคลที่ประสบความสำเร็จมักจะไม่มีข้ออ้างดังกล่าว เช่น
-                    ข้ออ้างเรื่องอายุมากแล้ว ผู้พันฮาร์แลนด์ ดี.แซนเดอร์ส์ เจ้าของไก่ทอด เคนตั๊กกี้ อายุตั้ง 66 ปี แล้วพึ่งเริ่มต้นทำธุรกิจ อีกทั้งชีวิตในอดีต เขาพบความล้มเหลวมาตลอดชีวิต ทั้งนี้หากผู้พันฮาร์แลนด์ ดี.แซนเดอร์ส์ คิดว่าตนเอง อายุมากแล้ว พวกเราคงไม่ได้รับประทานไก่ทอดที่อร่อยและคนรู้จักไปทั่วโลกในขณะนี้
-                    ข้ออ้างเรื่องร่างกายไม่สมประกอบ นิค วูจิซิค คนพิการหัวใจสู้ เขาเกิดมาไม่มีมือ มีแขน ขา ทั้งสองข้าง แต่เขาก็สามารถดำรงชีวิตได้เหมือนกับคนโดยปกติ อีกทั้งยังสามารถทำอะไรอีกหลายอย่าง บางอย่างคนปกติที่ไม่มีความพิการ ก็ไม่สามารถทำได้ เช่น การว่ายน้ำ , การพูดต่อหน้าที่ชุมชน ฯลฯ ปัจจุบันเขาเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนไปทั่วโลก
-                    ข้ออ้างเรื่อง หน้าตาไม่ดี หลายท่านอยากเป็นดารา นักร้อง นักแสดง แต่มีข้ออ้างให้กับตนเอง แต่ความเป็นจริงแล้ว ในยุคปัจจุบัน คนหน้าตาไม่ดี เป็น ดารา นักร้อง นักแสดง กันมากมาย ดังที่เราจะเห็นได้ตามสื่อต่างๆ
-                    ข้ออ้างเรื่อง เป็นคนต่างจังหวัดคงสู้คนกรุงเทพฯไม่ได้ ข้ออ้างนี้ เป็นปมด้อยของคนต่างจังหวัดหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็น นักเรียน นักศึกษา วิทยากร นักร้อง นักแสดง ฯลฯ แต่ความจริงแล้ว มันเป็นเพียงแค่ความคิด คนต่างจังหวัดที่ประสบความสำเร็จในชีวิต มีความสามารถ มีตั้งมากมาย บางคนมีความสามารถและประสบความสำเร็จมากกว่าคนกรุงเทพฯ อีกต่างหาก
-                    ข้ออ้างเรื่องการศึกษาไม่สูง เป็นข้ออ้างสำหรับคนที่ไม่ประสบความสำเร็จบางกลุ่ม  แต่ในโลกปัจจุบัน คนที่ประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ บางคนยังไม่จบปริญญาตรีด้วยซ้ำไป แต่มีความสามารถจ้าง คนที่จบปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก ทำงานให้ เช่น สตีฟ จอบส์ , บิล เกตต์  , เฉินหลง ฯลฯ
-                    ข้ออ้างเรื่องไม่มีเวลา คนเรามีเวลาเท่ากันคือ 24 ชั่วโมง บุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เขาสามารถทำอะไรได้ตั้งมากมาย ซึ่งแตกต่างกับบุคคลที่ล้มเหลว มักมีข้ออ้างเรื่องไม่มีเวลา เมื่อผู้ที่ประสบความสำเร็จเขาสามารถบริหารเวลาได้ เราทุกคนก็ต้องสามารถบริหารเวลาได้เช่นกัน
-                    ข้ออ้างเรื่องเกิดมายากจน เป็นข้ออ้างของคนส่วนใหญ่ ที่ต้องการความร่ำรวย แต่ตนเองไม่ได้เกิดมาในตระกูลที่พ่อแม่ร่ำรวย แต่ในความเป็นจริง หากว่าพวกเราได้มีโอกาสอ่านประวัติของเศรษฐี มหาเศรษฐี เราจะพบว่า มหาเศรษฐีจำนวนมาก เกิดมาก็ไม่ได้เกิดในตระกูลที่ร่ำรวย หากแต่เขามาสร้างเนื้อสร้างตัวในภายหลัง
และยังมีข้ออ้างอีกตั้งมากมาย ซึ่งข้ออ้างต่างๆ มีเหตุผล ประกอบร้อยแปด ซึ่งเหตุผลดังกล่าวเป็นเหตุผล
ส่วนตัวของบุคคลที่ไม่ประสบความสำเร็จ ในการใช้อ้าง เพื่อที่หาความชอบธรรมให้แก่ตนเอง ดังนั้น หากท่านต้องการประสบความสำเร็จ ท่านต้องปราศจากข้ออ้างใดๆ ท่านต้องมีเป้าหมายชัดเจน ท่านต้องลงมือกระทำเพื่อไปสู่เป้าหมายอย่างจริงจัง และท่านต้องมีพัฒนาปรับปรุงตนเองอยู่เสมอ




วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Think Big คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก

Think Big คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก
                คนที่ประสบความสำเร็จมักมีสิ่งที่มีความต่างแตกกับบุคคลธรรมดาทั่วๆ ไปหลายอย่างแต่หนึ่งในนั้นก็คือ เรื่องของความคิด ความคิดจะเป็นตัวแบ่งแยกระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จหรือคนที่ล้มเหลว ความคิดจะเป็นตัวแบ่งแยกระหว่างผู้ที่ชนะหรือผู้ที่พ่ายแพ้ และความคิดจะเป็นตัวแบ่งแยกระหว่างผู้นำหรือผู้ตาม
                การพัฒนาความคิดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ หากท่านต้องการประสบความสำเร็จ หากท่านต้องการเป็นผู้ชนะและหากท่านต้องการเป็นผู้นำ ท่านต้องพัฒนาความคิด  คนที่ประสบความสำเร็จ คนที่เป็นผู้ชนะและคนที่เป็นผู้นำ มักมีความคิดที่ใหญ่กว่าคนธรรมดาหรือคนทั่วไป ซึ่งท่านผู้อ่านก็สามารถพัฒนาความคิดให้ใหญ่ได้ดังนี้
                1.พยายามคิดให้ใหญ่กว่าเดิม มหาเศรษฐีหรือเศรษฐีจำนวนมากไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง แต่มีมหาเศรษฐีและเศรษฐี จำนวนมากที่เกิดมาบนความยากจน หรือเรียนไม่จบปริญญาตรี  เช่น บิล เกต  แห่งบริษัทไมโครซอฟท์หรือ สตีฟ จอบส์ แห่งบริษัทแอปเปิล เป็นตัวอย่างที่ดี ทั้งคู่ไม่ได้เกิดในตระกูลร่ำรวย แต่สามารถเป็นมหาเศรษฐี ก็ด้วยพลังแห่งความคิดที่ใหญ่กว่าคนทั่วไป หากท่านจะคิดทั้งที่ ท่านควรคิดให้ใหญ่ไปเลย เช่น คนธรรมดาหรือคนทั่วไปคิดอยากมีเงิน 1 ล้านบาทภายใน 10 ปี แต่คนที่คิดใหญ่เขาจะคิด เขาจะมีเงิน 100 ล้านบาทภายใน 10 ปี นี่คือความแตกต่างระหว่างคนที่คิดเล็กกับคนที่คิดใหญ่ ฉะนั้นไหนๆ จะคิดทั้งทีท่านควรคิดให้ใหญ่ไปเลย
                2.พยายามทำทันที  เมื่อมีเป้าหมายแล้ว บุคคลที่ประสบความสำเร็จจะลงมือทำทันที โดยการหาวิธีการต่างๆ เขียนเป้าหมาย   มีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน มีการหาหนทางไปสู่เป้าหมาย โดยการไม่พลัดวันประกันพรุ่ง บุคคลที่ประสบความสำเร็จจะลงมือทำทันที ซึ่งแตกต่างจากคนที่ล้มเหลว เขาจะได้แต่ฝัน โดยขาดการลงมือทำ  ขาดความกระตือรือร้นในการลงมือทำ
                3.พยายามทำงานมากกว่าคนปกติหรือคนทั่วไป คนที่คิดใหญ่เขาจะลงมือทำตามเป้าหมาย ทำตามสิ่งที่เขาวางแผนเอาไว้ เขาจะทำงานเกินเงินเดือน เขาจะทำงานโดยไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย เขาจะทำงานในขณะที่คนทั่วไปกำลังหลับไหล เขาจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้แก่งานที่เขาวางแผนไว้  อีกทั้งเขาจะเป็นคนที่เห็นคุณค่าของเวลา รู้จักบริหารเวลาให้คุ้มค่า
                4.พยายามคิดบวก พูดบวกและทำบวก การคิดบวก พูดบวกและทำบวก จะทำให้ท่านสามารถพัฒนางาน แก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การคิดบวกจะทำให้ท่านเกิดความคิดสร้างสรรค์งานใหม่ๆขึ้น การคิดบวกจะทำให้ท่านเกิดการมองโลกในแง่ดีขึ้น  การพูดบวกก็เช่นกัน จะทำให้ท่านเกิดกำลังใจในการทำงาน การพูดบวกจะทำให้ท่านมีเพื่อนฝูงมากขึ้นเรื่อยๆ และการกระทำที่บวก จะทำให้ท่านเกิดความกระตือรือร้น เกิดความขยันขันแข็ง เกิดแรงบันดาลใจในการทำงาน
                5.พยายามใช้ปัญญาให้มากขึ้น คนที่ประสบความสำเร็จมักจะใช้ความคิด ใช้ปัญญา มากกว่าใช้แรงกาย ซึ่งเราจะเห็นความแตกต่าง หากท่านใช้ความคิด ใช้ปัญญา มากขึ้น ท่านก็จะใช้แรงกายน้อยลง แต่ตรงกันข้ามหากว่าท่านใช้แรงกายมาก ท่านจะใช้ความคิดน้อยลง ดังนั้นเราจะเห็นความแตกต่าง ระหว่างเศรษฐีกับกรรมกรหรือผู้ขายแรงงาน เศรษฐีจะคิดวิธีการลงทุนส่วนกรรมกรหรือผู้ขายแรงงานมักจะใช้แรงงานแลกกับเงิน
                6.พยายามอย่ากลัวความล้มเหลว บุคคลที่ประสบความสำเร็จ มักเป็นบุคคลที่ผ่านความล้มเหลวมาทั้งสิ้น บางคนล้มเหลวเป็นจำนวนมากแล้วจึงประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เพียงแค่ครั้งเดียว แต่คนทั่วไปมักพูดถึงสิ่งที่เขาประสบความสำเร็จ โดยไม่ค่อยพูดถึงสิ่งที่เขาเคยล้มเหลวมา ฉะนั้นจงกล้าที่จะล้มเหลว เพราะถ้าท่านยิ่งล้มเหลวและท่านไม่ยอมแพ้ ไม่ล้มเลิกก่อนเวลาอันควร ท่านจะเป็นคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ
                ฉะนั้น หากท่านต้องการประสบความสำเร็จ หากท่านต้องการเป็นผู้ชนะและหากท่านต้องการเป็นผู้นำ สิ่งที่ท่านควรทำเป็นอย่างยิ่งก็คือการพัฒนาความคิดของท่านให้เกิดความคิดที่ Think Big หรือ คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก เพราะคนเราแค่เริ่มคิดก็เห็นความห่างชั้นแล้วระหว่างผู้ประสบความสำเร็จหรือผู้ที่ล้มเหลว   คนเราเพียงแค่เริ่มคิดก็จะเห็นความแตกต่างระหว่างผู้ชนะหรือผู้แพ้  คนเราเพียงแค่เริ่มคิดก็จะเห็นภาพความห่างชั้นและแตกต่างระหว่างผู้นำและผู้ตาม

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2554

จงพัฒนาความคิด

จงพัฒนาความคิด
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
                คนเรามักมีความแตกต่างกับสัตว์หลายประการ แต่สิ่งที่มีความแตกต่างกันมากอย่างหนึ่งก็คือ คนเรามีความคิดที่เป็นระบบมากกว่าสัตว์ และคนบางคนที่ประสบความสำเร็จ ก็มีความแตกต่างกับคนอื่นหรือคนทั่วไปหลายๆคน ตรงที่ความคิดนั้นเอง
การพัฒนาความคิดจึงเป็นสิ่งที่แยกระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จและบุคคลทั่วไป การพัฒนาความคิดจึงมีความสำคัญมากต่อผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิตหรือในการทำงาน การพัฒนาความคิดจะทำให้เกิดความคิดในการสร้างสรรค์งานใหม่ๆ  การพัฒนาความคิดจะทำให้เราตัดสินใจในการแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง ผู้ที่ต้องการพัฒนาความคิด ต้องเป็นคนที่หมั่นถามตนเองอยู่เสมอ เช่น หัดตั้งคำถามว่า ทำไม? กับเหตุการณ์ต่างๆ , เราจะทำอะไรได้อีกจากผลงานที่เราทำอยู่ขณะนี้ เป็นต้น
                ตัวอย่างเช่น กระผมเป็นคนชอบเขียนบทความ กระผมสามารถขยายงานได้จากการเขียนบทความโดยการตั้งคำถามว่า ผมจะทำอะไรได้อีกจากบทความที่ผมเขียนลงในหนังสือพิมพ์หรือเขียนลงในอินเตอร์เน็ต คำตอบก็คือ ผมสามารถนำบทความมารวบรวมเป็นเล่มทำเป็นหนังสือพ๊อกเก็ตบุ๊ตขายได้ ผมสามารถนำบทความมาทำเป็นคลิปเสียงหรือหนังสือเสียงขายได้ ผมสามารถนำบทความมาทำเป็นเอกสารประกอบการฝึกอบรมได้ ผมสามารถนำบทความที่เขียนเรื่องเดียวกันมาพัฒนาเป็นหลักสูตรต่างๆ เพื่อฝึกอบรมแก่ผู้สนใจได้ ฯลฯ
                เราจะเห็นว่า การพัฒนาความคิดจะทำให้เราประหยัดเวลา เราสามารถได้ผลงานอย่างต่อเนื่อง โดยเสียเวลาทำครั้งเดียวแต่สามารถผลิตผลงานออกมาได้อย่างหลากหลาย ก็ด้วยการพัฒนาความคิด  เช่นกันหากท่านอยู่ในงานอาชีพใด ท่านสามารถตั้งคำถามว่าเราจะทำอะไรได้อีกบ้างจากงานที่เราทำอยู่ขณะนี้
                หากเราปลูกกล้วยขาย เราสามารถตั้งคำถามได้อีกว่า เราจะทำอะไรกับกล้วยที่เราปลูกได้บ้าง คำตอบก็คือ เราสามารถนำกล้วยไปขาย เราสามารถนำกล้วยไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กล้วยต่างๆ เช่น กล้วยทอด กล้วยตาก กล้วยม้วน กล้วยบวชชี แยมกล้วย ฯลฯ หรือนำต้นกล้วยไปทำอะไรได้บ้าง ใบสามารถทำเป็นใบตองห่ออาหารต่างๆ ต้นกล้วยสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ เช่น ทำการหมักแล้วนำไปเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ ฯลฯ 
                ดังนั้นหากต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต ท่านต้องหัดเริ่มพัฒนาความคิด ท่านต้องหัดเป็นคนเริ่มตั้งคำถามแล้วหาคำตอบ ท่านจะได้วิธีการต่างๆ ในการแก้ปัญหามากขึ้น ท่านจะสามารถร่ำรวยได้จากความคิดของท่าน  
                หรือหากท่านไม่ต้องการใช้ความคิดหรือคิดไม่ออก ท่านก็ควรใช้แนวคิดของผู้อื่น ซึ่งแนวคิดดีๆ ของผู้อื่น ท่านสามารถหาอ่านได้จากหนังสือ ดูรายการสัมภาษณ์นักธุรกิจหรือรายการสัมภาษณ์ผู้ประสบความสำเร็จ สนทนากับผู้รู้  หาข้อมูลต่างๆทางอินเตอร์เน็ต ฟังจากวิทยุ ฯลฯ
                หากว่าท่านได้แนวคิดที่ดีๆ แค่แนวคิดเดียว ท่านก็สามารถสร้างรายได้มากมายมหาศาล ซึ่งแนวคิดของผู้อื่นนี้ ท่านสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา ท่านสามารถคัดลอกแนวคิดแล้วนำมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ หากท่านสามารถนำแนวคิดมาใช้ได้อย่างถูกจังหวะ ถูกสถานการณ์ ถูกเงื่อนของเวลา ท่านก็สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกัน
                สำหรับเรื่องการพัฒนาความคิด ท่านสามารถหาอ่านหนังสือเกี่ยวกับความคิดต่างๆ ได้อย่างมากมาย เช่น หนังสือชุดผู้ชนะสิบคิด ของ ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ได้อธิบายการคิดออกเป็นแบบต่างๆ ได้แก่  การคิดเชิงกลยุทธ์ , การคิดเชิงสังเคราะห์ , การคิดเชิงวิพากษ์ , การคิดเชิงเปรียบเทียบ , การคิดเชิงวิเคราะห์ , การคิดเชิงสร้างสรรค์ , การคิดเชิงมโนทัศน์ , การคิดเชิงอนาคต เป็นต้น  หรือ หนังสือผู้ชนะ 10 คิด ของ ดร.สุวิทย์ คำมูล  หรือ ของ รศ.ดร.ลักขณา สริวัฒน์ หนังสือเรื่อง “ การคิด ”  ฯลฯ