วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ความคิดสร้างสรรค์

ความคิดสร้างสรรค์
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
                เมื่อพูดถึงเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ในประเทศไทยเรา เรายังมีความคิดสร้างสรรค์กันน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอเมริกา ซึ่งมีนักคิดสร้างสรรค์และสามารถสร้างผลงานใหม่ๆ ให้เป็นประโยชน์แก่โลกของเรามากมาย เช่น
-                    โทมัส อัลวา เอดิสัน คิดค้น หลอดไฟฟ้าหลอดแรกของโลกได้ ซึ่งทำให้โลกของเรามีความ
สว่างในเวลากลางคืน
-                    สองพี่น้องตระกูลไรค์ คิดค้นเครื่องบินลำแรกของโลกได้สำเร็จ ซึ่งทำให้เราสามารถเดินทาง
ข้ามทวีปได้อย่างง่ายดายกว่าในอดีต
-                    ฟิโล เทย์เลอร์ ฟาร์นสเวิร์ธ ชาวอเมริกัน ผู้ที่คิดค้นโทรทัศน์เครื่องแรกของโลก
-                    สตีฟ จอบส์   คิดค้นสินค้าตระกูล I ซึ่งทำให้เราได้ใช้สินค้าที่มีเทคโนโลยีทันสมัยมากขึ้น
ความคิดสร้างสรรค์คืออะไร ความคิดสร้างสรรค์ หมายถึง การคิดสิ่งใหม่ๆ
(Creative thinking) เป็นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆที่แตกต่างไปจากสิ่งที่มีอยู่เดิมและใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม  องค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์             ได้แก่ ความคิดนั้นต้องเป็นสิ่งใหม่ (New, Original) ใช้การได้ (Workable) และมีความเหมาะสม (Appropriate)
                                เช่นกระผมปัจจุบันทำงานเป็นวิทยากรอิสระ หากว่ากระผมแก้ผ้าไปบรรยาย พวกเราคิดว่าเป็นความคิดสร้างสรรค์ไหม เนื่องจากเป็นสิ่งใหม่ กระผมขอตอบว่า ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งใหม่ก็จริง แต่มีความไม่เหมาะสมและใช้ประโยชน์ไม่ได้เนื่องจากผิดมารยาททางสังคม จึงไม่ถือว่าเป็นความคิดสร้างสรรค์
ทำไมคนไทยเราถึงมีความคิดสร้างสรรค์น้อยกว่าสังคมอเมริกา อาจเนื่องมาจากหลายสาเหตุเช่น
1.สังคมไทยเป็นสังคมที่พึ่งพาผู้ใหญ่ ผู้อาวุโสมากกว่าพึ่งพาตนเอง เช่น ลูกพึ่งพาพ่อแม่ถึงแม้ลูกจะ
หางานทำมีงานทำแล้ว แต่ลูกบางคนยังขอเงินพ่อแม่อยู่ , ผู้น้อยพึ่งพาผู้ใหญ่ สังคมไทยเป็นระบบอุปถัมภ์ เป็นสังคมที่มีเส้นมีสาย , สังคมไทยเมื่อมีปัญหามักจะพึ่งพาผู้มีอำนาจ ผู้ที่มีเงินมากกว่าที่จะระดมความคิดแก้ไขปัญหากันเอง
                2.ระบบการศึกษาของไทยมักสอนให้เด็กท่องจำมากกว่าสอนให้คิดเอง เมื่อตอนเด็กๆ เรามักได้ทำข้อสอบที่เป็นปรนัย( กขคง)มากกว่าข้อสอบอัตนัย(เขียนบรรยาย) เช่น เราเสียกรุงศรีอยุธยาให้กับประเทศพม่าครั้งที่หนึ่งในสมัยของใคร ก.พระเจ้ามหาราช       ข.พระเจ้าอู่เงิน   ค.พระเจ้าอู่ทอง ง.ผิดหมดทุกข้อ
แต่หากข้อสอบเป็นอัตนัย(เขียนบรรยาย) ก็จะเป็นการส่งเสริมให้เด็กนักเรียนได้คิดมากขึ้น เช่น ท่านคิดว่าหากเปลี่ยนประวัติศาสตร์ได้ ท่านมีวิธีใดที่จะไม่ทำให้กรุงศรีอยุธยาเสียกรุงให้แก่พม่าในครั้งที่หนึ่ง
                3.คนไทยส่วนใหญ่มักคิดว่าตนเองไม่มีความคิดสร้างสรรค์ คิดว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องของพรสวรรค์ มากกว่าพรแสวง เช่น เห็นนักวาดรูป ศิลปิน นักแต่งเพลง ฯลฯ คนไทยมักคิดว่าเราสร้างสรรค์งานเหล่านี้ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของพรสวรรค์ แต่แท้จริงแล้ว ความคิดสร้างสรรค์ เราสามารถสร้างและพัฒนาได้ ฝึกฝนเรียนรู้ได้
                4.สังคมไทยเป็นสังคมที่กลัวความล้มเหลว เรามักได้ยินคำโบราณที่กล่าวไว้ว่า “ผิดเป็นครู” แต่เรามักไม่ชอบในครูคนนี้สักเท่าไร แต่ตรงกันข้ามกับสังคมอเมริกาที่คนของเขากล้าที่จะล้มเหลว โดยไม่กลัวความล้มเหลว เนื่องจากคนของเขาคิดว่า ยิ่งล้มเหลวมาก ยิ่งประสบความสำเร็จมาก ดังเช่น บุคคลที่กระผมกล่าวในข้อความข้างต้น  เอดิสัน กว่าจะประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าได้สำเร็จซึ่งเป็นดวงแรกของโลกเขาต้องล้มเหลว นับพันๆครั้ง  เป็นต้น
                ปัจจัยข้างต้นจึงเป็นที่มาของคนไทยที่ไม่ชอบคิดสร้างสรรค์ สินค้าใหม่ๆ นวัตกรรมใหม่ๆ จึงไม่เกิดขึ้นในเมืองไทยมากมาย แต่ตรงกันข้ามสังคมไทยเป็นสังคมที่ชอบลอกเลียนแบบ เช่น การลอกเลียนแบบ เพลง ภาพยนตร์ โดยการ Copy ขาย ฯลฯ  ดังนั้นการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์จึงเป็นสิ่งสำคัญและมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าต่อไป

วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555

จงอย่าหยุดคิดริเริ่มสร้างสรรค์

จงอย่าหยุดคิดริเริ่มสร้างสรรค์
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
นักปรัชญาชาวจีนผู้หนึ่งกล่าวไว้ว่า “ทุกวันเป็นวันใหม่ แม้แต่ปลายังไม่ว่ายน้ำอยู่ที่เดิม” จากคำกล่าวนี้ ทำให้เรารู้ว่า 
                โลกนี้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปทุกๆ วัน  ก็เนื่องจากเกิดสิ่ง แปลกๆ ใหม่ๆ ขึ้นมาตลอดเวลา การที่เกิดสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ตลอดเวลา  ก็เนื่องมาจากปัจจัยหนึ่งก็คือความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของมนุษย์เรานั่นเอง
-                    สตีฟ จอบส์ เป็นตัวอย่างที่ดีมากๆ เกี่ยวกับการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สิ่งใหม่ๆ ของบริษัท Apple ซึ่งเขาและ
ทีมงานได้คิดค้น ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ท้องตลาด จนคนใช้กันทั่วโลก เขาได้กล่าวสุนทรพจน์ให้แก่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ไว้เป็นประโยคสุดท้ายเพื่อฝากไว้ให้คิดและปฏิบัติตาม ซึ่งเขาก็ได้ยึดหลักการนี้และนำเอาไปใช้คือ “ จงหิวโหยอยู่เสมอ จงโง่เขลาอยู่เสมอ ”  นั่นหมายถึงว่า จงรักที่จะเรียนรู้อย่างตลอดเวลา คิดริเริ่มสร้างสรรค์ สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลานั้นเอง
-                    โทมัส แอลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison) และทีมงาน ได้คิดค้นและจดทะเบียนลิขสิทธิ์สิ่งประดิษฐ์เป็น
จำนวน 1,093 ชนิด ในสหรัฐอเมริกาและรวมกับทั่วโลกอีกกว่า 3,000  ชนิด ก็ด้วยเกิดจากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
-                    อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เป็นตัวอย่างได้ดีในเรื่องความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ หากอาจารย์เอาแต่วาดรูป ก็
ได้แค่สร้าง หอศิลป์ ในแก่ตัวเองซึ่งมีคุณค่าและสร้างความยิ่งใหญ่ให้ตนเองน้อยมาก  อาจารย์จึงมีความริเริ่มสร้างสรรค์ตลอดเวลาโดยการสร้าง สถาปัตยกรรม ประติมากรรม ที่ยิ่งใหญ่ ดังเช่น วัดร่องขุ่น  ซึ่งเป็นวัดสมัยใหม่ สวยงาม มีความหมายในเชิงพุทธศาสนา
                 การคิดสร้างสรรค์ จะทำให้เราได้วิธีการใหม่ๆ หรือเรียกว่าได้ “ ไอเดียใหม่” ซึ่งการคิดสร้างสรรค์นี้ เราทุกคนมีเหมือนกัน อีกทั้งเรายังสามารถสร้างขึ้นมาได้ แต่มันไม่ทำงานเนื่องจากพวกเราไม่ได้มีโอกาสได้นำมันมาใช้หรือไม่พยายามใช้มันนั้นเอง ฉะนั้นหากต้องการใช้มันในบางครั้งเราอาจจะต้องสร้างเงื่อนไขที่จะให้มันทำงาน เช่น ในการอบรม การประชุม ในการทำงาน หากให้องค์กรหรือหน่วยงาน ต้องการให้คนออกความคิดเห็นที่สร้างสรรค์หรือให้นโยบายบอกให้สร้างสรรค์งานออกมาให้ได้ กระผมเชื่อว่าหลายๆคน สามารถนำความคิดสร้างสรรค์ออกมาใช้ได้
                ดังคำพูดของ มัทธิว 7:7.8 ในคัมภีร์ไบเบิ้ล กล่าวไว้ว่า “ จงขอแล้วจะได้   จงหาแล้วจะพบ  จงเคาะแล้วจะเปิดให้แก่ท่าน ”  ดังนั้นหากท่านต้องการความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จงขอแล้วท่านจะได้  จงแสวงหาแล้วท่านจะพบมัน จงเคาะแล้วสวรรค์ก็จะเปิดทางให้แก่ท่าน
                แต่ในทางกลับกัน สังคมไทย มักเป็นสังคมที่ไม่ค่อยมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ แต่เป็นสังคมที่คัดลอก เลียนแบบ กัน ซึ่งบางกรณีถือว่าเป็นการผิดกฎหมายลิขสิทธิ์อีกด้วย 
                สำหรับปัจจัยที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์มีด้วยกันหลายปัจจัย เช่น
1.                                                การคิดในแง่บวก, พูดบวก(เป็นไปได้,ทำได้) ความคิดและคำพูดเหล่านี้จะทำให้เราเกิดกำลังใจ และควรหลีกเลี่ยงความคิดในแง่ลบ,พูดลบ (การคิดว่าเป็นไปไม่ได้ , ทำไม่ได้ )  ความคิดและคำพูดเหล่านี้จะทำให้เกิดการบันทอนกำลังใจของเรา
2.                                                จงคิดแตกต่างจากคนอื่นดูบ้าง  สังคมไทยเป็นสังคมที่ไม่กล้าทำอะไรที่แตกต่างหรือโดดเด่นจากคนอื่น อาจเนื่องมาจากหลายสาเหตุ เช่นเกิดความกลัวต่างๆ ดังคำกล่าวที่ว่า “ อันความจริงคนเขาก็อยากให้เราดี แต่เราเด่นขึ้นทุกที คนเขาก็หมั่นไส้ จงทำดีอย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน ” คำกล่าวนี้ทำให้คนไทย มักทำอะไรตามๆ กัน เพื่อไม่ให้ตนเองเกิดความแตกต่างหรือเด่นเกินชาวบ้าน แต่ความคิดดังกล่าว เป็นความคิดที่ขัดขว้างความคิดที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ขึ้น
3.                                                แสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากที่ต่างๆ การเปิดใจกว้างรับสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ จะทำให้ท่านเกิดประสบการณ์ที่ดีและมีความคิดเชิงสร้างสรรค์ขึ้น นักธุรกิจ นักฝึกอบรม จำนวนมาก มักนำสินค้าหรือหลักสูตรการฝึกอบรม ที่แปลกๆ ใหม่ๆ จากต่างประเทศเข้ามาขาย แล้วจึงประสบความสำเร็จ ร่ำรวย ขึ้นมา
4.                                                ต้องอดทนรอคอยความสำเร็จ ความคิดสร้างสรรค์ เป็นความคิดที่ต้องอาศัยเวลา คนที่ไม่ประสบความสำเร็จบางคน มักไม่มีความอดทนรอคอย จึงล้มเลิกไปเสียก่อน ที่ความคิดสร้างสรรค์ดีๆ จะออกมา
ปัจจัยเหล่านี้ เป็นปัจจัยหนึ่งของคนที่ต้องการมีความคิดสร้างสรรค์ หากท่านต้องการมีความคิดริเริ่ม
สร้างสรรค์ ท่านก็ควรฝึกฝนตนเอง อีกทั้งควรศึกษาและเรียนรู้เพิ่มเติม

วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ความสำเร็จต้องไม่มีข้ออ้าง


ความสำเร็จไม่มีข้ออ้าง
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
                คนจำนวนมากที่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตมักมีข้ออ้างต่างๆมากมาย ซึ่งข้ออ้างต่างๆ มักจะทำให้ตนเองจะได้ไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความคิด การกระทำ เช่น ข้ออ้างฉันไม่มีวันประสบความสำเร็จเนื่องมาจาก  อายุมากแล้ว , ร่างกายไม่สมประกอบ , หน้าตาไม่ดี , เป็นคนต่างจังหวัดคงสู้คนกรุงเทพฯไม่ได้ , การศึกษาไม่สูง , ไม่มีเวลา , เกิดมายากจน ฯลฯ
                แต่แท้ที่จริงแล้ว ข้ออ้างดังกล่าว เป็นเพียงสิ่งที่เราคิดปรุงแต่งไปเอง ความคิดของคนที่ไม่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มักคิดในทางลบมากกว่าคิดในทางบวก อีกทั้งในความเป็นจริง บุคคลที่ประสบความสำเร็จมักจะไม่มีข้ออ้างดังกล่าว เช่น
-                    ข้ออ้างเรื่องอายุมากแล้ว ผู้พันฮาร์แลนด์ ดี.แซนเดอร์ส์ เจ้าของไก่ทอด เคนตั๊กกี้ อายุตั้ง 66 ปี แล้วพึ่งเริ่มต้นทำธุรกิจ อีกทั้งชีวิตในอดีต เขาพบความล้มเหลวมาตลอดชีวิต ทั้งนี้หากผู้พันฮาร์แลนด์ ดี.แซนเดอร์ส์ คิดว่าตนเอง อายุมากแล้ว พวกเราคงไม่ได้รับประทานไก่ทอดที่อร่อยและคนรู้จักไปทั่วโลกในขณะนี้
-                    ข้ออ้างเรื่องร่างกายไม่สมประกอบ นิค วูจิซิค คนพิการหัวใจสู้ เขาเกิดมาไม่มีมือ มีแขน ขา ทั้งสองข้าง แต่เขาก็สามารถดำรงชีวิตได้เหมือนกับคนโดยปกติ อีกทั้งยังสามารถทำอะไรอีกหลายอย่าง บางอย่างคนปกติที่ไม่มีความพิการ ก็ไม่สามารถทำได้ เช่น การว่ายน้ำ , การพูดต่อหน้าที่ชุมชน ฯลฯ ปัจจุบันเขาเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนไปทั่วโลก
-                    ข้ออ้างเรื่อง หน้าตาไม่ดี หลายท่านอยากเป็นดารา นักร้อง นักแสดง แต่มีข้ออ้างให้กับตนเอง แต่ความเป็นจริงแล้ว ในยุคปัจจุบัน คนหน้าตาไม่ดี เป็น ดารา นักร้อง นักแสดง กันมากมาย ดังที่เราจะเห็นได้ตามสื่อต่างๆ
-                    ข้ออ้างเรื่อง เป็นคนต่างจังหวัดคงสู้คนกรุงเทพฯไม่ได้ ข้ออ้างนี้ เป็นปมด้อยของคนต่างจังหวัดหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็น นักเรียน นักศึกษา วิทยากร นักร้อง นักแสดง ฯลฯ แต่ความจริงแล้ว มันเป็นเพียงแค่ความคิด คนต่างจังหวัดที่ประสบความสำเร็จในชีวิต มีความสามารถ มีตั้งมากมาย บางคนมีความสามารถและประสบความสำเร็จมากกว่าคนกรุงเทพฯ อีกต่างหาก
-                    ข้ออ้างเรื่องการศึกษาไม่สูง เป็นข้ออ้างสำหรับคนที่ไม่ประสบความสำเร็จบางกลุ่ม  แต่ในโลกปัจจุบัน คนที่ประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ บางคนยังไม่จบปริญญาตรีด้วยซ้ำไป แต่มีความสามารถจ้าง คนที่จบปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก ทำงานให้ เช่น สตีฟ จอบส์ , บิล เกตต์  , เฉินหลง ฯลฯ
-                    ข้ออ้างเรื่องไม่มีเวลา คนเรามีเวลาเท่ากันคือ 24 ชั่วโมง บุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เขาสามารถทำอะไรได้ตั้งมากมาย ซึ่งแตกต่างกับบุคคลที่ล้มเหลว มักมีข้ออ้างเรื่องไม่มีเวลา เมื่อผู้ที่ประสบความสำเร็จเขาสามารถบริหารเวลาได้ เราทุกคนก็ต้องสามารถบริหารเวลาได้เช่นกัน
-                    ข้ออ้างเรื่องเกิดมายากจน เป็นข้ออ้างของคนส่วนใหญ่ ที่ต้องการความร่ำรวย แต่ตนเองไม่ได้เกิดมาในตระกูลที่พ่อแม่ร่ำรวย แต่ในความเป็นจริง หากว่าพวกเราได้มีโอกาสอ่านประวัติของเศรษฐี มหาเศรษฐี เราจะพบว่า มหาเศรษฐีจำนวนมาก เกิดมาก็ไม่ได้เกิดในตระกูลที่ร่ำรวย หากแต่เขามาสร้างเนื้อสร้างตัวในภายหลัง
และยังมีข้ออ้างอีกตั้งมากมาย ซึ่งข้ออ้างต่างๆ มีเหตุผล ประกอบร้อยแปด ซึ่งเหตุผลดังกล่าวเป็นเหตุผล
ส่วนตัวของบุคคลที่ไม่ประสบความสำเร็จ ในการใช้อ้าง เพื่อที่หาความชอบธรรมให้แก่ตนเอง ดังนั้น หากท่านต้องการประสบความสำเร็จ ท่านต้องปราศจากข้ออ้างใดๆ ท่านต้องมีเป้าหมายชัดเจน ท่านต้องลงมือกระทำเพื่อไปสู่เป้าหมายอย่างจริงจัง และท่านต้องมีพัฒนาปรับปรุงตนเองอยู่เสมอ




วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Think Big คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก

Think Big คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก
                คนที่ประสบความสำเร็จมักมีสิ่งที่มีความต่างแตกกับบุคคลธรรมดาทั่วๆ ไปหลายอย่างแต่หนึ่งในนั้นก็คือ เรื่องของความคิด ความคิดจะเป็นตัวแบ่งแยกระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จหรือคนที่ล้มเหลว ความคิดจะเป็นตัวแบ่งแยกระหว่างผู้ที่ชนะหรือผู้ที่พ่ายแพ้ และความคิดจะเป็นตัวแบ่งแยกระหว่างผู้นำหรือผู้ตาม
                การพัฒนาความคิดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ หากท่านต้องการประสบความสำเร็จ หากท่านต้องการเป็นผู้ชนะและหากท่านต้องการเป็นผู้นำ ท่านต้องพัฒนาความคิด  คนที่ประสบความสำเร็จ คนที่เป็นผู้ชนะและคนที่เป็นผู้นำ มักมีความคิดที่ใหญ่กว่าคนธรรมดาหรือคนทั่วไป ซึ่งท่านผู้อ่านก็สามารถพัฒนาความคิดให้ใหญ่ได้ดังนี้
                1.พยายามคิดให้ใหญ่กว่าเดิม มหาเศรษฐีหรือเศรษฐีจำนวนมากไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง แต่มีมหาเศรษฐีและเศรษฐี จำนวนมากที่เกิดมาบนความยากจน หรือเรียนไม่จบปริญญาตรี  เช่น บิล เกต  แห่งบริษัทไมโครซอฟท์หรือ สตีฟ จอบส์ แห่งบริษัทแอปเปิล เป็นตัวอย่างที่ดี ทั้งคู่ไม่ได้เกิดในตระกูลร่ำรวย แต่สามารถเป็นมหาเศรษฐี ก็ด้วยพลังแห่งความคิดที่ใหญ่กว่าคนทั่วไป หากท่านจะคิดทั้งที่ ท่านควรคิดให้ใหญ่ไปเลย เช่น คนธรรมดาหรือคนทั่วไปคิดอยากมีเงิน 1 ล้านบาทภายใน 10 ปี แต่คนที่คิดใหญ่เขาจะคิด เขาจะมีเงิน 100 ล้านบาทภายใน 10 ปี นี่คือความแตกต่างระหว่างคนที่คิดเล็กกับคนที่คิดใหญ่ ฉะนั้นไหนๆ จะคิดทั้งทีท่านควรคิดให้ใหญ่ไปเลย
                2.พยายามทำทันที  เมื่อมีเป้าหมายแล้ว บุคคลที่ประสบความสำเร็จจะลงมือทำทันที โดยการหาวิธีการต่างๆ เขียนเป้าหมาย   มีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน มีการหาหนทางไปสู่เป้าหมาย โดยการไม่พลัดวันประกันพรุ่ง บุคคลที่ประสบความสำเร็จจะลงมือทำทันที ซึ่งแตกต่างจากคนที่ล้มเหลว เขาจะได้แต่ฝัน โดยขาดการลงมือทำ  ขาดความกระตือรือร้นในการลงมือทำ
                3.พยายามทำงานมากกว่าคนปกติหรือคนทั่วไป คนที่คิดใหญ่เขาจะลงมือทำตามเป้าหมาย ทำตามสิ่งที่เขาวางแผนเอาไว้ เขาจะทำงานเกินเงินเดือน เขาจะทำงานโดยไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย เขาจะทำงานในขณะที่คนทั่วไปกำลังหลับไหล เขาจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้แก่งานที่เขาวางแผนไว้  อีกทั้งเขาจะเป็นคนที่เห็นคุณค่าของเวลา รู้จักบริหารเวลาให้คุ้มค่า
                4.พยายามคิดบวก พูดบวกและทำบวก การคิดบวก พูดบวกและทำบวก จะทำให้ท่านสามารถพัฒนางาน แก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การคิดบวกจะทำให้ท่านเกิดความคิดสร้างสรรค์งานใหม่ๆขึ้น การคิดบวกจะทำให้ท่านเกิดการมองโลกในแง่ดีขึ้น  การพูดบวกก็เช่นกัน จะทำให้ท่านเกิดกำลังใจในการทำงาน การพูดบวกจะทำให้ท่านมีเพื่อนฝูงมากขึ้นเรื่อยๆ และการกระทำที่บวก จะทำให้ท่านเกิดความกระตือรือร้น เกิดความขยันขันแข็ง เกิดแรงบันดาลใจในการทำงาน
                5.พยายามใช้ปัญญาให้มากขึ้น คนที่ประสบความสำเร็จมักจะใช้ความคิด ใช้ปัญญา มากกว่าใช้แรงกาย ซึ่งเราจะเห็นความแตกต่าง หากท่านใช้ความคิด ใช้ปัญญา มากขึ้น ท่านก็จะใช้แรงกายน้อยลง แต่ตรงกันข้ามหากว่าท่านใช้แรงกายมาก ท่านจะใช้ความคิดน้อยลง ดังนั้นเราจะเห็นความแตกต่าง ระหว่างเศรษฐีกับกรรมกรหรือผู้ขายแรงงาน เศรษฐีจะคิดวิธีการลงทุนส่วนกรรมกรหรือผู้ขายแรงงานมักจะใช้แรงงานแลกกับเงิน
                6.พยายามอย่ากลัวความล้มเหลว บุคคลที่ประสบความสำเร็จ มักเป็นบุคคลที่ผ่านความล้มเหลวมาทั้งสิ้น บางคนล้มเหลวเป็นจำนวนมากแล้วจึงประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เพียงแค่ครั้งเดียว แต่คนทั่วไปมักพูดถึงสิ่งที่เขาประสบความสำเร็จ โดยไม่ค่อยพูดถึงสิ่งที่เขาเคยล้มเหลวมา ฉะนั้นจงกล้าที่จะล้มเหลว เพราะถ้าท่านยิ่งล้มเหลวและท่านไม่ยอมแพ้ ไม่ล้มเลิกก่อนเวลาอันควร ท่านจะเป็นคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ
                ฉะนั้น หากท่านต้องการประสบความสำเร็จ หากท่านต้องการเป็นผู้ชนะและหากท่านต้องการเป็นผู้นำ สิ่งที่ท่านควรทำเป็นอย่างยิ่งก็คือการพัฒนาความคิดของท่านให้เกิดความคิดที่ Think Big หรือ คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก เพราะคนเราแค่เริ่มคิดก็เห็นความห่างชั้นแล้วระหว่างผู้ประสบความสำเร็จหรือผู้ที่ล้มเหลว   คนเราเพียงแค่เริ่มคิดก็จะเห็นความแตกต่างระหว่างผู้ชนะหรือผู้แพ้  คนเราเพียงแค่เริ่มคิดก็จะเห็นภาพความห่างชั้นและแตกต่างระหว่างผู้นำและผู้ตาม